2 เรื่องสั้น : พระจันทร์ยิ้ม
posted on 02 Dec 2008 17:59 by econuizer
1.
"แหม...ไม่ทันแล้วล่ะ เขาเอาไปกันหมดแล้ว" เสียงหญิงวัยกลางคนคนนั้น ทำให้ภูมิคอตก
"แล้วเราจะไปหาที่ไหนได้อีกล่ะครับพ่อ" ภูมิก้มหน้ามองพื้นหญ้า
พ่อไม่ตอบอะไรลดตัวลงมานั่งมองหน้าลูกชาย
"พวกเรามาไม่ทันใช่มั้ยครับ?" ภูมิถามอีกครั้ง
พ่อยิ้มแล้วเอามือประคองใบหน้าของลูกชายขึ้นก่อนจะพูด
"ก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่นา" พ่อสบตากับลูกชายตัวเล็ก แกดูซึมไป
"ก็ผมอยากเก็บไว้อะครับ พ่อ" ภูมิเบะปากตอบ
พ่อไม่พูดอะไร ลุกขึ้นแล้วค่อยจูงๆมือภูมิเดินต่อ
วันนี้ลมเย็น อากาศหน้าหนาวผ่านเข้าไปยังทุกพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ไม่เว้นแม้แต่ที่สนามหลวงแห่งนี้
"บางครั้ง ความทรงจำดีๆก็ไม่จำเป็นต้องเป็นอะไรที่เราจับต้องได้นี่" พ่อหันไปมองลูกชายตัวเล็กที่เดินเตะเท้าไปมา
"แต่มันก็ดีกว่าไม่ใช่หรอครับ ถ้าเรามีอะไรเก็บไว้ให้คิดถึงท่าน" เสียงเล็กๆแสดงความคิดเห็นของเล็กๆของเขา สายตาภูมิมองไปสิ่งก่อสร้างกลางสนามหลวง
พ่อหยุดเดิน และก้มลงไปหาภูมิอีกครั้ง
"บางที แค่เราระลึกถึงสิ่งดีๆที่ท่านทำไว้ เราก็ไม่มีทางลืมท่านได้หรอก"
พ่อมองตามสายตาของภูมิไป
"ความดีที่ท่านได้ทำ จะทำให้เราระลึกถึงท่านเสมอ สิ่งที่ท่านทำ ทำให้เรามีความสุข เมื่อเรามีความสุข ท่านก็จะมีความสุข และนี่แหละคือความดีอันยิ่งใหญ่ของท่าน"
พ่อตอบภูมิ และเงยหน้าขึ้นมองฟ้า
"บางที ...ท่านอาจมองเรามาจากบนฟ้าไกลให้และยิ้มให้เรา แล้วก็หวังว่าเราเองจะมีความสุข"
พ่อขยับใบหน้า เหมือนชวนลูกชายมองขึ้นไปบนท้องฟ้า
ภูมิมองตามสายตาของพ่อขึ้นไปบนท้องฟ้า
"...และเมื่อเรามีความสุข ท่านเองก็จะมีความสุข"
...มีรอยยิ้มอยู่บนท้องฟ้า
...และบนใบหน้าของสองพ่อลูก ก็เช่นกัน
2.
วันนี้ผมอารมณ์ไม่ค่อยดี..
ยิ่งนับวันปัญหาในออฟฟิศทั้งเรื่องงาน เรื่องคนก็ยิ่งมากขึ้นทุกวันๆ
เมื่อหมดเวลางาน และสมควรเวลาจนไม่น่าเกลียดเกินไป ผมก็รีบคว้ากระเป๋าออกจากบริษัท
ตื่นเช้ามาทำงาน ตกเย็นกลับบ้าน ...ชีวิตผมจำเจอยู่แค่นั้น
ผมเบื่อการจราจรหลังเวลาเลิกงาน
และที่ผมเบื่อมากไปกว่านั้น คือปริมาณคนบนรถเมล์
ช่วงหลังๆนี้ แม้รถเมล์จากหน้าออฟฟิศผม จะผ่านหน้าบ้านผมพอดี แต่ผมก็เลือกที่จะนั่งเรือข้ามฟากไปต่อรถอีกทีมากกว่า
เรื่องปริมาณกับความแออัดของคนก็เป็นประเด็นหนึ่ง
แต่บรรยากาศการเดินทางก็เป็นอีกประเด็นที่สำคัญ
...และน่าจะมากกว่าประเด็นแรกซะด้วยซ้ำ
ผมออกจากออฟฟิศ เดินฝ่าลมเย็น ที่เริ่มทำตัวคล้ายลมหนาวเข้าไปทุกวัน
ข้ามถนนที่จอแจ มุ่งหน้าไปยังท่าน้ำสี่พระยา
ผมคิดเสมอว่า อากาศมีผลกระทบกับจิตใจ
เหมือนที่ใครเคยบอกว่า ยิ่งอากาศหนาว เราก็ยิ่งเหงาง่ายขึ้นเรื่อยๆ
นั่นอาจจะเป็นที่มาของประโยคเด็ดสำหรับคนเหงาที่ว่า "ลำปางหนาวมาก" ก็เป็นได้
ตอนนี้กรุงเทพฯหนาวแล้ว...
...แล้วผมล่ะ เหงาหรือยัง?
ผมยังคงมุ่งหน้าไปยังท่าน้ำสี่พระยา และพยายามสลัดความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นมาในจิตใจ
หยิบเศษสตางค์ในกระเป๋ากางเกงเป็นค่าเรือข้ามฟาก และกำลังจะพาตัวเองไปยืนคอยอยู่ที่ท่า
ผมเหลือบไปเห็นบางอย่างบนท้องฟ้า
ก่อนที่จะสังเกตเห็นว่า คนส่วนใหญ่ก็กำลังมองขึ้นไปบนท้องฟ้า พร้อมกับชี้ชวนกันให้ดูบนสิ่งสิ่งนั้น
บนน่านฟ้าสยาม ค่ำวันจันทร์ที่ 1 ธันวา เวลาประเทศไทย
...ผมมองเห็นท้องฟ้ายิ้มได้
มีดาวสองดวงเปล่งประกายอยู่บนท้องฟ้า มีพระจันทร์เสี้ยวตั้งท่าโค้งรับอยู่เบื้องล่าง
...ใครๆก็ต่างชี้ชวนกันดู 2 ดวงดาว 1 ดวงจันทร์ ที่กำลังส่งยิ้มมายังโลก
ผมชอบมองท้องฟ้า ไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือว่ากลางคืน
นี่อาจจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมชอบนั่งเรือกลับบ้าน
เพราะริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผมเห็นท้องฟ้าได้กว้างกว่าบนท้องถนน
ผมชอบแหงนมองท้องฟ้าเวลาค่ำคืน
คนที่บอกว่า ฟ้ากรุงเทพฯไม่มีดาว อาจเป็นเพราะเขาไม่เคยลองแหงนหน้ามองหามัน
ผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาไว้ในมือ
เปล่า... ผมไม่ได้จะโทร.หาใคร แต่ผมจะเอามันออกมาถ่ายรูป
ผมคิดว่าช่วงเวลาดีๆแบบนี้ คงมีใครหลายคนนึกขอบคุณท้องฟ้าที่นำพาบรรยากาศโรแมนติกมาให้
ประกอบกับสายลมบนผิวน้ำเจ้าพระยา ที่พัดพาความหนาวเย็นมาเป็นของเล่นของคนโรแมนติก
...คู่รักบางคู่ จับมือกันกระชับ และขยับร่างเข้าใกล้กัน
...ไออุ่นจากมือพวกเขา ลอยเข้ามาปะทะที่ตาของผม จนมันเริ่มร้อนผ่าวๆ
...แต่ก่อนที่มันจะปะทะกับอากาศเย็น แล้วกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ ผมก็หันหน้าหนีมันไปซะก่อน
เรือเทียบฝั่ง ผมกำลังเดินกลับบ้าน...
ที่ถนนก็เช่นกัน ยังมีคนชี้ชวนกันชมฟ้า
...แต่ว่าสำหรับผม พอแล้วล่ะ ผมอยากเก็บความประทับใจเอาไว้แค่นั้น
มีคนออกมาอธิบายเรื่องนี้เป็นวิทยาศาสตร์ และบอกว่ามันอาจจะเกิดขึ้นได้อีก
...แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจจะจำว่า มันจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่?
ผมหวังแค่เพียงว่า คราวหน้าผมจะได้เห็นรอยยิ้มนั้น...
...ไม่ใช่รอยยิ้มบนท้องฟ้า
แต่เป็นรอยยิ้มบนใบหน้าใครสักคน ที่จับมือกันยืนชมมัน...


แต่ที่ผมฮาตอนนี้มากๆๆ
{
..คู่รักบางคู่ จับมือกันกระชับ และขยับร่างเข้าใกล้กัน
...ไออุ่นจากมือพวกเขา ลอยเข้ามาปะทะที่ตาของผม จนมันเริ่มร้อนผ่าวๆ
...แต่ก่อนที่มันจะปะทะกับอากาศเย็น แล้วกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ ผมก็หันหน้าหนีมันไปซะก่อน
}
ถ้าใครไม่เคยเห็นตัวจริงพี่นุ้ยก็คงจะต้องบอกว่า สุดยอดมากๆๆ
แต่พอผมอ่านแล้วผมนึกถึง'โดเรม่อน' กำลังหันหน้าหนี 555555+
ขำขำน่ะพี่ๆๆ
กิ๊กกิ้วววววๆๆ
^^
#2 By บ้านของหัวใจ (58.9.239.75) on 2008-12-02 20:04