ตุ้ยนุ้ย โปรเจ็คท์ # ๔ [ตอน...หมีแพนด้า]
posted on 10 Jul 2009 09:52 by econuizer
ผมทิ้งตัวลงบนโซฟา คว้ารีโมทกดเปิดทีวี
.
.
.
เสียงดนตรีประกอบรายการดังขึ้น แสงไฟสว่างวาบ
พิธีกร : สวัสดีครับ กลับมาพบกับผมในรายการ "สนทนาประสาสุนัค"กับผม สุนัค มรรคการกลัด ในช่วงเดือนนี้มีข่าวของครอบครัว ครอบครัวนึงที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ไม่น่าเชื่อว่า หยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาทุกเช้า ก็จะได้เห็นภาพของพวกเขาขึ้นหน้า 1 ไม่ว่าจะเปิดทีวีไปที่ไหน เราก็จะได้เห็นข่าวของพวกเขา แต่วันนี้ เราเป็นที่แรก ที่เขาจะยอมเปิดอกพูดคุยกับเราในทุกเรื่องราว และข่าวคราวของครอบครัวเขา ขอเสียงปรบมือต้อนรับคุณแพนด้า แซ่ซ้อง ครับ
แพนด้าเดินออกมาจากหลังฉากเวที ก้าวลงมาตามขั้นบันได นักข่าวและช่างภาพที่อยู่ในสตูดิโอรัวชัตเตอร์ไม่ยั้งราวกับเป็นทหารที่อยู่ท่ามกลางสมรภูมิอันดุเดือด
พิธีกร : สวัสดีครับ คุณแพนด้า
แพนด้า : สวัสดีครับ คุณสุนัค
พิธีกร : ขอบคุณมากนะครับ ที่ให้เกียรติรายการของเราในการสัมภาษณ์เป็นที่แรกของประเทศ
แพนด้า : ผมก็ต้องขอบคุณทางคุณสุนัคกับทีมงานเหมือนกันครับ ที่ให้ผมได้มีโอกาสชี้แจง และตอบคำถามต่างๆเสียที
พิธีกร : แหม.. ถ่อมตัวไปนะครับ คุณแพนด้า ตอนนี้ทั่วบ้านทั่วเมืองใครๆก็อยากสัมภาษณ์คุณทั้งนั้น ถ้าอย่างนั้น เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมว่า เรามาเข้าพูดคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆที่หลายตัวอยากทราบกันดีกว่าครับ
แพนด้า : ครับ เชิญคุณสุนัคเลยครับ
พิธีกร : ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความยินดีกับคุณแพนด้าที่ได้ลูกสาวที่น่ารัก ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นที่สนใจของสังคม ผมอยากให้คุณแพนด้าเล่าถึงวันที่ภรรยาคุณคลอดลูกสาวหน่อยครับ
แพนด้า : เอ่อ..(นิ่งไปสักพัก) ความจริงเรื่องนี้ ถามผมก็ไม่ค่อยถูกนะครับ เพราะตอนที่ภรรยาผมคลอดลูก ผมไม่ได้อยู่ด้วยนะครับ
พิธีกร : อ้าว.. แล้วคุณอยู่ที่ไหนล่ะครับ
แพนด้า : ผมกับภรรยาถูกจับแยกกันอยู่น่ะครับ (น้ำตาคลอ)
เสียงผู้ชมในห้องส่ง : อู้ว...............
พิธีกร : โอ้ว.. ผมต้องแสดงความเสียใจด้วยนะครับ (หันหน้าเข้าหากล้อง) และนี่แหละครับ คืออีกมุมนึงที่สังคมยังไม่เคยรู้ นี่เป็นความรู้สึกของผู้เป็นพ่อที่น่าเห็นใจมากเลยทีเดียว (หันกลับมาหาแพนด้า) เพื่อความสบายใจของคุณแพนด้านะครับ ผมว่า ตอนนี้เปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่า ถ้าอย่างนั้น ผมอยากทราบความรู้สึกแรกที่คุณรู้ว่า ภรรยาคุณคลอดลูกสาวน่ะครับ
แพนด้า : วินาทีที่ผมได้รับทราบเรื่องลูกของผม ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่ทราบนะครับ ว่าเป็นลูกสาวหรือลูกชาย ..ผมต้องบอกว่า ความรู้สึกตอนนั้นมันบรรยายได้ลำบากมากครับ มันปะปนกันไปหมด ทั้งดีใจ เสียใจ ตื่นเต้น แล้วก็หวาดหวั่น
พิธีกร : ปะปนกันยังไง ช่วยชี้ให้ชัดๆหน่อยได้มั้ยครับ?
แพนด้า : ตอนที่ผมทราบข่าว ผมดีใจมากนะครับที่รู้ว่า ผมได้เป็นพ่อสัตว์แล้ว แต่แล้วผมก็ต้องเสียใจ เพราะพวกเขาไม่ยอมให้ผมได้พบกับลูก (น้ำตาไหล) ..ผมอยากจะพบกับลูกผมครับ (ร้องไห้)
พิธีกร : (หันมาหากล้อง) นี่แหละครับ ความโหดร้ายที่สังคมได้ทำไว้กับครอบครัวนี้ (ชำเลืองมองแพนด้าที่กำลังร้องไห้)ผมว่าตอนนี้ให้คุณแพนด้าได้พักสักครู่นะครับ แล้วเดี๋ยวเราจะกลับมาพูดคุยกับเขากันต่อครับ
ภาพบนจอโทรทัศน์ตัดเข้าโฆษณาปัญญาอ่อน ก่อนที่จะตัดกลับเข้ามาสู่รายการ
เสียงดนตรีประกอบรายการดังขึ้น แสงไฟสว่างวาบ
พิธีกร : (หน้ามองกล้อง)ท่านยังอยู่กับรายการ "สนทนาประสาสุนัค" ซึ่งวันนี้เรามีแขกรับเชิญเป็นคุณแพนด้าครับ เมื่อซักครู่เราได้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของการคลอดอาหมวย ลูกสาวตัวแรกของเขาไปคร่าวๆแล้ว ตอนนี้เราจะมาพูดคุยกันถึงความเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่เกิดขึ้นหลังจากการคลอดอาหมวยกันครับ (หันกลับมาหาแพนด้า) อยากจะถามคุณแพนด้าซักนิดนึงครับ เกี่ยวกับเรื่องการตั้งชื่อของอาหมวยหน่อยครับ ไม่ทราบว่า คุณชอบชื่อไหนมากที่สุด
แพนด้า : ผมสามารถพูดออกทีวีได้หรือครับ? (ปาดน้ำตา)
พิธีกร : เอ่อ.. ทำไมหรือครับ? คือว่ารายการเราเป็นรายการสดน่ะครับ
แพนด้า : เอาเถอะ ไม่เป็นไร ไหนๆผมก็บอกแล้วว่า วันนี้ผมอยากจะเปิดอกให้หมดทุกเรื่อง ผมก็ขอแสดงความคิดเห็นแล้วกัน ใครจะคิดอย่างไร ผมก็ไม่ว่าอะไร (ปาดน้ำตาอีกครั้ง)
พิธีกร : ครับ เชิญเลยครับ ว่ากันตรงๆได้เลย
แพนด้า : ผมอยากทราบครับว่า พวกคุณเคยถามความเห็นผมบ้างมั้ย? เรื่องลูกสาวของผมน่ะครับ ถ้าคุณเป็นพ่อสัตว์เหมือนอย่างผม คุณจะว่าอย่างไรครับ คุณสุนัค?
พิธีกร : อืม.. อันนี้ก็พูดลำบากนะครับ
แพนด้า : ใช่มั้ยครับ? ถ้าคุณมีลูก คุณจะว่ายังไง ถ้าอยู่ๆก็มีคนแย่งกันตั้งชื่อลูกคุณ โดยไม่ถามคุณซักคำ?
พิธีกร : โอ๊ย.. เป็นผม ผมไม่ยอมหรอกครับ
แพนด้า : คุณยังไม่ยอมเลย แล้วผมล่ะครับ หน้าลูกผมก็แทบจะไม่ได้เห็น เอะอะๆก็จับลูกผมไปตรวจ ขนตาดำแกขึ้น พวกคุณก็เอาไปลงข่าว นี่ตาแกกำลังจะเปิด พวกเขาก็จ้องรอจะถ่ายกัน ผมไม่แน่ใจว่า พอลืมตามาดูโลก แกจะเห็นหน้าพ่อ หน้าแม่ หรือว่ากระบอกเลนส์กับแฟลชก่อนกัน
พิธีกร : อืม.. น่าสนใจมากครับ ประเด็นนี้
แพนด้า : เรื่องชื่อลูกสาวผมก็เหมือนกัน ทำไมต้องประกวดตั้งชื่อกันด้วย แล้วเอาคณะกรรมการมาคัด ให้โหวตกันทั้งประเทศ แถมยังเอารูปภาพพวกผมไปทำไปรษณียบัตรอีก
พิธีกร : ถ้าในแง่ตามกฏหมายสิทธิสัตวชน คุณเห็นว่า เรื่องนี้เป็นการกระทำที่คุกคามมั้ยครับ?
แพนด้า : กฏหมายอะไรนะครับ? สิทธิสัตวชนหรอ? อ๋อๆ ผมก็รู้สึกว่า พวกเขาคุกคามผมนะครับ (พยักหน้าเออออ)
พิธีกร : (แอบยิ้ม) แล้วเรื่องนี้คุณจะฟ้องมั้ยครับ?
แพนด้า : ฟ้องหรือครับ? (ครุ่นคิด) เอ่อ.. เรื่องนี้ผมคงต้องคุยกับฝ่ายกฏหมายก่อนนะครับ (ครุ่นคิด)
พิธีกร : แล้วคุณคาดว่าจะชนะมั้ยครับ?
แพนด้า : เอ่อ.. ผมแค่อยากเรียกร้องสิทธิสัตวชนน่ะครับ ผมอยากตั้งชื่อลูกของผมเอง
พิธีกร : แล้วถ้าพวกเขาฟ้องคุณกลับครับ?
แพนด้า : ฟ้องกลับว่าอะไรล่ะครับ?
พิธีกร : ก็เขาอาจจะบอกว่า ลูกสาวคุณเป็นบุคคลสาธารณะ คุณไม่ควรปิดกั้น อย่างสื่อมวลชนก็มีเสรีภาพของสื่อนะครับ
แพนด้า : พวกคุณอาจจะคิดว่า ลูกสาวผมเป็นบุคคลสาธารณะ แต่ความจริงแล้ว ผมเป็นพ่อเขานะครับ ผมกับภรรยาน่าจะมีสิทธิในตัวเขามากกว่าพวกคุณ และในความคิดผม ลูกสาวผมก็ไม่ใช่ของสาธารณะด้วย (ขึ้นเสียง)
พิธีกร : โอว.. ใจเย็นๆนะครับ คุณแพนด้า ผมเป็นสื่อมวลชนนะครับ (หันหน้าเข้าหากล้อง) ผมว่า ตอนนี้เราให้คุณแพนด้าสงบสติสักครู่นึงนะครับ แล้วเดี๋ยวเรากลับมาพบกันในช่วงหน้า พักสักครู่ครับ
ภาพบนจอโทรทัศน์ตัดเข้าโฆษณาปัญญาอ่อนตัวเดิม ก่อนที่จะตัดกลับเข้ามาสู่รายการ
เสียงดนตรีประกอบรายการดังขึ้น แสงไฟสว่างวาบ
พิธีกร : และนี่คือรายการ "สนทนาประสาสุนัค" ในช่วงที่ 3 ครับ เรายังอยู่กับบุคคลที่เป็นกระแสที่สุดในช่วงนี้ คุณแพนด้าครับ (หันกลับมาหาแพนด้า) นอกจากประเด็นเรื่องลูกสาวคุณแล้ว ยังมีอีกประเด็นที่สังคมให้ความสนใจนั่นก็คือ เรื่องบ้านใหม่ของครอบครัวคุณที่มูลค่าถึง 60 ล้าน
เสียงผู้ชมในห้องส่ง : โอ้ว...............
แพนด้า : ความจริงเรื่องบ้านนี่ผมไม่อยากพูดอะไรมากนะครับ เพราะว่าผมเองก็ไม่ได้เป็นผู้เรียกร้อง ประเด็นนี้ก็เหมือนเรื่องลูกสาวผมนั่นแหละครับ ใครๆก็ไม่เคยถามความคิดเห็นจากผม พวกคุณสร้างบ้านให้ผมใหม่ แล้วให้ผมย้ายเข้าไป คิดเองเออเองว่า มันเหมาะสมกับผม เหมาะสมกับครอบครัวผม
พิธีกร : แล้วคุณไม่ชอบหรือครับ?
แพนด้า : ผมไม่มีปัญหาอยู่แล้วไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน? บรรพบุรุษของพวกเรา อยู่กลางดิน กินกลางป่า ก็อยู่รอดมาได้ ทำไมต้องสร้างโดมหิมะอะไรให้ครอบครัวผมอยู่ด้วย ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบหรอกนะ เพียงแต่ผมว่ามันก็ไม่ได้จำเป็นอะไร
พิธีกร : แต่บ้านคุณก็กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ไปเลยนะครับ
แพนด้า : ก็นั่นแหละครับที่ผมไม่ต้องการ มันจะทำให้ใครต่อใครหมั่นไส้ผมและครอบครัวมากขึ้นกว่าเก่า แต่ถามจริงๆ ที่พวกเขาค่อนขอดผมเรื่องนั้นเรื่องนี้ เขาเคยคิดหรือเปล่าว่า เวลาจะทำอะไรกันมีใครมาสนใจผมมั้ย? อย่างที่ผมบอก คิดเองเออเอง คิดกันไปเองว่าดี คิดไปเองว่าพวกผมจะชอบ แต่พวกเขาก็ไม่เคยสนใจผมจริงๆหรอก คิดกันไปเองทั้งนั้น
พิธีกร : (หันหน้ามองกล้อง)งั้นในวันนี้ครับ เรามีอีกมุมมองนึงจากนักวิชาการเจ้าของโครงการบ้านใหม่ของคุณแพนด้าให้เกียรติโฟนอินเข้ามาในรายการเรา สวัสดีครับ อาจารย์ครับ
โฟนอิน : พ่อแม่พี่น้องต้องช่วยกัน ล่ารายชื่อพาผมกลับบ้าน...
พิธีกร : (ส่งซิกหาทีมงาน) เอ่อ.. รู้สึกว่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับสัญญาณโทรศัพท์เล็กน้อยนะครับ ขอเวลาทีมงานแก้ไขซักครู่นึง (ทีมงานส่งซิกกลับ) ตอนนี้อาจารย์อยู่ในสายกับเราแล้วครับ สวัสดีครับอาจารย์ครับ
โฟนอิน : สวัสดีครับ
พิธีกร : อยากให้อาจารย์พูดถึงแนวคิดในการสร้างบ้านใหม่ของคุณแพนด้าหน่อยครับ
โฟนอิน : โครงการนี้เป็นการประชุมร่วมกันภายในคณะกรรมการบริหารกิจการแพนด้าเพื่อความสงบสุข สันติ และสมานฉันท์ หรือ คบพสสส. นะครับ เพราะเราอยากให้คุณแพนด้าได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
พิธีกร : แล้วที่คุณแพนด้าเขาบอกว่า ที่อยู่เก่าเขาก็ดีอยู่แล้วล่ะครับ
แพนด้า : อ่า.. คุณสุนัคครับ ผมไม่ได้บอกว่า บ้านเก่าผมดีนะครับ ผมแค่บอกว่า ไม่มีปัญหาอะไร
พิธีกร : ครับๆ นั่นล่ะครับ อาจารย์คิดว่าอย่างไรบ้างครับ
โฟนอิน : นั่นไงครับ คุณแพนด้าก็อยากได้บ้านใหม่
แพนด้า : ผมเปล่านะครับ
โฟนอิน : ความจริงเราก็ปรึกษาคุณแพนด้าแล้วนะครับ แต่ไม่รู้ทำไม คุณแพนด้าถึงออกมาเรียกร้อง แต่เราก็พิจารณาใน คบพสสส. แล้วว่า การสร้างบ้านใหม่ให้คุณแพนด้าจะเป็นประโยชน์ที่สุด
แพนด้า : ประโยชน์กับพวกคุณละสิ จะงาบค่าก่อสร้างกันน่ะ
พิธีกร : คุณแพนด้า ว่ายังไงนะครับ
แพนด้า : เปล่าครับ ผมไม่ได้พูดอะไร
โฟนอิน : ผมได้ยินนะ คุณแพนด้า นี่มันกล่าวหากันชัดๆ ผมจะฟ้องหมิ่นประมาทคุณ
แพนด้า : คุณจะฟ้องผมได้ยังไง ไหนหลักฐาน นี่มันรายการสดนะคุณ
พิธีกร : เอ่อ.. แต่เราก็บันทึกเทปนะครับ คุณแพนด้า
แพนด้า : ...
โฟนอิน : โดนแน่ๆ
แพนด้า : ผมว่า เรื่องนี้คุณก็ส่งฟ้องมาแล้วกันครับ แล้วให้ตุลาการเขาตีความ
โฟนอิน : แหม.. ใจกล้านะคุณ
แพนด้า : แต่ถ้าตีความมาผมไม่ผิด ผมฟ้องกลับนะครับ
โฟนอิน : ส่งฟ้องไปผมก็แพ้ ในสายตาสังคม คุณมันคุณชายสะอาดนี่ สองมาตรฐานชัดๆ
พิธีกร : อาจารย์กำลังดูหมิ่นศาลนะครับ
โฟนอิน : นั่นไง ปกป้องกันเข้าไป โธ๋เอ๋ย ถ้าคุณได้รู้เบื้องหลังที่มันมาออกสื่อนะ แล้วพวกคุณ..... ตู๊ดๆๆๆๆๆๆๆ
พิธีกร : รู้สึกสายจะหลุดไปแล้วนะครับ น่าจะมีสัญญาณแทรกเข้ามาในตอนท้าย (หน้าเสีย) เป็นเหตุการ์วุ่นวายพอดูเลยนะครับวันนี้ ตอนนี้เรามาพักกันสักครู่ แล้วเดี๋ยวกลับมาพบกับช่วงสุดท้ายของรายการครับ(เฮ้อ...)
ภาพบนจอโทรทัศน์ตัดเข้าโฆษณาปัญญาอ่อนแทบไม่ทัน และสุดท้าย ก็ตัดกลับเข้ามาสู่รายการ
เสียงดนตรีประกอบรายการดังขึ้น แสงไฟสว่างวาบ
พิธีกร : กลับมาพบกับช่วงสุดท้ายของรายการ "สนทนาประสาสุนัค"นะครับ คำถามสุดท้ายที่ผมอยากถามคุณแพนด้า เกี่ยวกับข่าวเรื่องคุณพลายพันล้าน เกี่ยวกับกรณีที่สังคมออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ในการที่เขาทาสีเลียนแบบคุณนะครับ
แพนด้า : เรื่องนี้มันเป็นเรื่องสิทธิพื้นฐานของสัตวชนนะครับ ผมก็ต้องว่าไปตามสิ่งที่ควรทำ ความจริงผมก็เห็นใจเขานะครับ แต่เขากำลังเลียนแบบผม มันผิดเรื่องลิขสิทธิ์ และทรัพย์สินทางปัญญา ผมจะฟ้อง...
.
.
.
"ทำตัวเหมือนคนเข้าไปทุกวัน"
ผมกดปิดโทรทัศน์พร้อมกับสบถเสียงดัง
อ๊อดดดดดด.......
มีคนมากดออดหน้าบ้านผม
"มีพัสดุถึงคุณวรานัสครับ"
ผมแลบลิ้นแล้วเดินไปเปิดประตู..
---------------------------------------------------------
Status : อินเทรนด์-เป็นหวัด
ติดตาม ตุ้ยนุ้ย โปรเจ็คท์ # ๕ [ตอน...รีโมท] ได้ ที่นี่ วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2552
ติดตาม ตุ้ยนุ้ย โปรเจ็คท์ ย้อนหลัง คลิก ที่นี่ ครับ
ปล. เอาหนังสือ เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล ของ ปราบดา หยุ่น เข้าร่วม BookCrossing ใครอยากอ่าน คลิก


แพนด้าเมเนี่ย!!!
#1 By mammoz on 2009-07-10 11:02